ภาวะคลอดก่อนกำหนด เรื่องเสี่ยงแม่และลูก
ในการดูแลรักษา
สูติแพทย์จะประเมินความรุนแรงของการเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดโดยดูจากอายุครรภ์ การตรวจประเมินปากมดลูก การคลอดก่อนกำหนด และการใช้เครื่องมือเพื่อประเมินการหดรัดตัวของมดลูก ซึ่งแนวทางการรักษาสูติแพทย์จะพยายามยับยั้ง การหดรัดตัวของมดลูกเพื่อยืดระยะเวลาการตั้งครรภ์ออกไปให้จนถึงครบกำหนดคลอด โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า NST (Non stress test) ซึ่งเป็นการติดสายรัดที่บริเวณหน้าท้องมีเซนเซอร์ตรวจวัดการเต้นของหัวใจลูก ร่วมกับการแข็งตัวของมดลูก โดยคุณแม่จะได้รับปุ่มสำหรับกดเมื่อได้รู้สึกถึงการดิ้นของลูกในครรภ์ เครื่องมือจะบันทึกการเต้นของหัวใจของทารก ซึ่งจะใช้ระยะเวลาสำหรับตรวจประเมินประมาณ 30 นาที ซึ่งการตรวจด้วยเครื่องมือนี้จะเป็นการบอกสุขภาพของเด็กในครรภ์และประเมิน การเจ็บครรภ์คลอดได้ แต่หากไม่สามารถยับยั้งได้ สูติแพทย์จะประสานงานกับกุมารแพทย์เพื่อเตรียมตัวดูแลทารกที่จะคลอด ซึ่งทารกที่คลอดก่อนกำหนด จะมีความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญในเรื่องการหายใจ เนื่องจากปอดอาจยังไม่พัฒนาดีเพียงพอ ทำให้หายใจเองได้ยากลำบาก นอกจากนั้นอาจมีน้ำหนักตัวน้อย บางรายไม่สามารถรับสารอาหารทางปากได้ และอาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กในอนาคตอีกด้วย ฯลฯ ซึ่งทารกกลุ่มนี้จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากกุมารแพทย์ ความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนในทารกที่คลอดก่อนกำหนดนั้นขึ้นอยู่กับ อายุครรภ์ตอนที่ทารกคลอด และการดูแลรักษาก่อนคลอด ซึ่งทารกที่คลอดตอนอายุครรภ์น้อยๆ จะมีความเสี่ยงในภาวะแทรกซ้อนที่จะตามมามากกว่าทารกที่อายุครรภ์มากกว่า ภาวะการณ์เจ็บครรภ์ก่อนกำหนดในปัจจุบันถือเป็นปัญหาสำคัญปัญหาหนึ่ง เพราะการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันทุกคนต่างต้องทำงาน รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ด้วย ซึ่งการทำงานที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลกระทบทำให้เกิดการเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดได้ และหากไม่สามารถยับยั้งภาวะดังกล่าวได้ ทารกที่เกิดมาก็อาจมีปัญหาต่อมาในอนาคต ภาวะการณ์เจ็บครรภ์ก่อนกำหนด สามารถเฝ้าระวังและป้องกันได้ จากฝากครรภ์ที่มีคุณภาพ รวมถึงการดูแลตัวเองที่ของหญิงตั้งครรภ์ กระบวนการฝากครรภ์ที่มีคุณภาพจะช่วยให้หญิงตั้งครรภ์เข้าใจการดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง ดังนั้นหากคุณกำลังตั้งครรภ์อยู่ รีบไปฝากครรภ์ในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานนะครับ โดย นพ.สุระ โฉมแฉล้ม สูติ-นรีแพทย์ โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น